ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง: ทางเลือกใหม่สำหรับการช็อปปิ้งในยุคดิจิทัล

ในยุคที่เทคโนโลยีและการช็อปปิ้งออนไลน์กำลังเฟื่องฟู บริการ "ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง" หรือ Buy Now Pay Later (BNPL) กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย บริการนี้เป็นทางเลือกใหม่ที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายเงินเต็มจำนวน แต่สามารถแบ่งชำระเป็นงวดๆ ในภายหลัง ซึ่งเป็นการเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินให้กับผู้ซื้อ และช่วยให้ร้านค้าสามารถเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น

ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง: ทางเลือกใหม่สำหรับการช็อปปิ้งในยุคดิจิทัล

ข้อดีของการใช้บริการ BNPL มีอะไรบ้าง?

BNPL มีข้อดีหลายประการสำหรับผู้บริโภค เช่น:

  1. ความยืดหยุ่นทางการเงิน: ช่วยให้สามารถซื้อสินค้าที่ต้องการได้ทันที โดยไม่ต้องรอเก็บเงินให้ครบก่อน

  2. ไม่มีดอกเบี้ย: หากชำระตรงตามกำหนด จะไม่มีดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม

  3. ง่ายต่อการสมัครและใช้งาน: ไม่ต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบเครดิตที่ยุ่งยาก

  4. ช่วยในการวางแผนการเงิน: สามารถกระจายค่าใช้จ่ายออกไปได้ ทำให้จัดการเงินได้ง่ายขึ้น

สำหรับร้านค้า BNPL ช่วยเพิ่มยอดขายและฐานลูกค้า เนื่องจากลูกค้าสามารถตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น

ข้อควรระวังในการใช้บริการ BNPL

แม้ BNPL จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีข้อควรระวังที่ผู้ใช้บริการควรตระหนัก:

  1. อาจนำไปสู่การใช้จ่ายเกินตัว: ความง่ายในการซื้ออาจทำให้ซื้อสินค้าที่ไม่จำเป็นหรือเกินกำลัง

  2. ค่าปรับหากชำระล่าช้า: หากไม่สามารถชำระตามกำหนด อาจมีค่าปรับหรือดอกเบี้ยที่สูง

  3. ผลกระทบต่อเครดิต: การชำระล่าช้าหรือผิดนัดอาจส่งผลเสียต่อประวัติเครดิต

  4. ข้อจำกัดในการใช้: บางบริการอาจมีข้อจำกัดในเรื่องวงเงินหรือร้านค้าที่ร่วมรายการ

ผู้ใช้ควรพิจารณาความสามารถในการชำระเงินของตนเองอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจใช้บริการ BNPL

BNPL แตกต่างจากบัตรเครดิตอย่างไร?

แม้ BNPL และบัตรเครดิตจะเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยในการซื้อสินค้า แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญ:

  1. การอนุมัติ: BNPL มักมีกระบวนการอนุมัติที่ง่ายและรวดเร็วกว่า ไม่จำเป็นต้องมีประวัติเครดิตที่ดี

  2. ระยะเวลาการชำระ: BNPL มักมีระยะเวลาการชำระที่สั้นกว่า (เช่น 3-4 งวด) เทียบกับบัตรเครดิตที่สามารถผ่อนชำระได้นานกว่า

  3. ดอกเบี้ย: BNPL มักไม่มีดอกเบี้ยหากชำระตรงเวลา ในขณะที่บัตรเครดิตมักมีดอกเบี้ยหากไม่ชำระเต็มจำนวน

  4. วงเงิน: BNPL มักมีวงเงินต่อรายการที่จำกัดกว่าบัตรเครดิต

ผู้ให้บริการ BNPL ในประเทศไทย

ปัจจุบันมีผู้ให้บริการ BNPL หลายรายในประเทศไทย ซึ่งมีรูปแบบการให้บริการที่แตกต่างกันไป ต่อไปนี้เป็นตารางเปรียบเทียบผู้ให้บริการ BNPL ที่สำคัญในประเทศไทย:


ผู้ให้บริการ บริการที่นำเสนอ คุณสมบัติเด่น
Atome แบ่งจ่าย 3 งวด ไม่มีดอกเบี้ย ใช้ได้กับร้านค้าออนไลน์และออฟไลน์หลากหลาย
PayLater by Grab แบ่งจ่าย 4 งวด ไม่มีดอกเบี้ย ใช้ได้กับบริการต่างๆ ของ Grab
Shopee PayLater แบ่งจ่าย 3 งวด หรือผ่อนนานสูงสุด 12 เดือน ใช้ได้เฉพาะบน Shopee
ZPayLater แบ่งจ่าย 3 งวด ไม่มีดอกเบี้ย ใช้ได้กับร้านค้าที่ร่วมรายการ

ราคา อัตรา หรือการประมาณการค่าใช้จ่ายที่กล่าวถึงในบทความนี้อ้างอิงจากข้อมูลล่าสุดที่มีอยู่ แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามเวลา ควรทำการวิจัยอิสระก่อนตัดสินใจทางการเงิน


BNPL เป็นนวัตกรรมทางการเงินที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย ซึ่งนำเสนอทางเลือกใหม่สำหรับผู้บริโภคในการจัดการค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บริการควรพิจารณาข้อดีและข้อเสียอย่างรอบคอบ และใช้บริการอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางการเงินในอนาคต การเข้าใจกลไกการทำงานและเงื่อนไขของบริการ BNPL จะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถใช้ประโยชน์จากบริการนี้ได้อย่างเต็มที่และปลอดภัย